หลังจากที่ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปเที่ยวเกาะแก่งในจังหวัดชุมพรว่า พบมีแมวนับร้อยถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บนเกาะจนอดอยากถึงขนาดกินกันเองไปบ้างแล้ว ตามด้วยข่าวลือว่ามีคำสั่งให้กำจัดแมวเพื่อจะทำรีสอร์ท สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย)ก็ได้ติดต่อไปยังจังหวัดชุมพร ซึ่งผู้ว่าฯ ไปต่างประเทศยังไม่กลับ แต่ได้รับการยืนยันจากเลขาฯ ผู้ว่าฯ ว่าอาจเป็นการป้ายสีทางการเมือง โดยยืนยันว่ามีแมวจริงโดยทางอำเภอแจ้งว่าเป็นคุณป้าที่รักแมวนำไปปล่อยไว้เพราะเกรงถูกชาวบ้านทำร้าย โดยมีพระธุดงปักกลดดูแลอยู่ กระนั้นสมาคมฯ ก็ยังไม่ด่วนสรุป โดยเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นใครทำเพื่ออะไร เมื่อชัดเจนแล้วว่ามีแมวอยู่จริง จะกี่ตัวก็ตาม และทางจังหวัดก็ยืนยันว่าไม่สามารถให้อยู่ต่อไปได้ เพราะเป็นเขตอนุรักษ์เกรงว่าแมวจะกลายเป็นข้ออ้างให้มีการตั้งอาศรมเป็นการถาวรเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในป่าอนุรักษ์มาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านที่สนับสนุนพระกับเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายบ้านเมือง จึงได้เสนอความร่วมมือกันระหว่างสมาคมฯ กับทางจังหวัด เพื่อยุติข่าวลือและคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ไปพร้อมกัน
แม้ในช่วงเริ่มต้นจะมีอุปสรรคในการจัดหาทุนอย่างมาก
แต่หลังจากหลายคนได้ช่วยกันวิ่งเต้นจนการได้รับการสนับสนุนพาหนะ อาหารแมวและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นแล้ว จึงได้แจ้งกำหนดเดินทางให้ทุกฝ่ายทราบ ซึ่งในตอนแรกทุกอย่างก็ดูจะราบรื่นดี ทั้งเลขาฯผู้ว่าฯ นายอำเภอ และปศุสัตว์จังหวัดต่างก็ขานรับ แต่พอหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว “ปล่อยแมวนับร้อยให้อดตายในทะเล” ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เริ่มตั้งแต่นาทีแรกที่ลงจากเครื่องบิน C-13 โดยกองทัพอากาศไทย ในเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม ก็มีนักข่าวหัวเห็ดสองคนรอฟ้องว่า “ผู้ว่าชิงจับแมวออกไปแล้ว 21 ตัว” จึงได้โทรสอบถาม ท่านก็ตำหนิเอาว่า “ทำไมต้องลงข่าวคึกโครมและต้องใช้ให้เครื่องบินของกองทัพมาส่งให้เป็นที่เอิกเกริกจนเสียชื่อเสียงจังหวัดชุมพร เรื่องเล็กน้อยทำไม่ไม่บอก ผู้ว่าฯจัดการเองได้” พอทราบว่าเราได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและประสานงานกับทางฝ่ายเลขาฯจังหวัดมาตลอดเวลาร่วมสัปดาห์ ท่านก็เลยอึ้งไปก่อนจะแก้เก้อว่า “ไม่เห็นลูกน้องบอกเลย ทีหลังจะไม่ให้รับโทรศัพท์แทนแล้ว...” เราก็เลยเสนอว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วมาร่วมมือกันต่อดีกว่า แมวที่จับไม่ได้เราจะจัดการให้ เพราะมีกรงดักที่ใช้ดักแมวโดยเฉพาะมาด้วย สำหรับเรื่องการพาดหัวข่าวเป็นฝีมือของหนังสือพิมพ์เราไม่เกี่ยว เพราะเราเองก็โดนเหมือนกัน แค่อาศัยเครื่องบินลำเลียงพลที่จะเดินทางไปส่งทหารที่ภาคใต้อยู่แล้ว ไม่ได้จัดเครื่องให้เป็นการเฉพาะเสียหน่อย ยังถูกหาว่า “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” เหตุผลที่ต้องอาศัยเครื่องบินไปก็เพราะ รถของสมาคมฯ เรามีไม่พอขนเครื่องมือผ่าตัดกับกรงสิบกว่ากรง รถกู้ภัยที่พลิกคว่ำตั้งแต่คราว สึนามิ ก็ยังไม่มีปัญญาซื้อใหม่ จึงต้องส่งทีมกู้ภัยล่วงหน้าไปกับรถตู้และรถกระบะที่ยืมเขามาก่อน ค่อยให้ทีมสัตว์แพทย์กับกรรมการสมาคมฯที่เพิ่งวิ่งหาเงินค่ายาและค่าใช้จ่ายเกาะเครื่องบินตามไปสมทบไม่เช่นนั้นก็คงไม่ทันการณ์
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าการเป็นข่าวจะไม่มีประโยชน์ เพราะหากไม่เป็นข่าว มีหรือข้าราชการจะแห่กันมาให้ความสนใจแก้(ตัว)ข่าว มีหรือสังคมจะยื่นมือช่วยเหลือ มีหรือแมวเหมียวเหล่านั้นจะได้ผู้ว่าฯ ออกมาหาบ้านใหม่ให้อย่างทุกวันนี้ แต่ทุกครั้งที่มีข่าวจะมีคนที่เกี่ยวข้องอยู่สี่จำพวก พวกที่สร้างข่าว พวกที่ขายข่าว พวกที่ตามข่าว และพวกที่ตกเป็นเหยื่อของข่าว บางครั้งก็ด้วยเจตนาดี บางครั้งก็ด้วยหน้าที่หรือผลประโยชน์ ที่น่าผิดหวังก็คือ พวกที่หลับหูหลับวิภาควิจารณ์ข่าวโดยไม่วิเคราะห์ข้อเท็จจริง พอตอนตื่นข่าวก็เร่งให้เรารีบไป พอมีข่าวว่าผู้ว่าฯ จะรับเลี้ยงแมว ก็ว่าเราตื่นตูม ใครที่คิดเช่นนี้คงต้องกลับไปอ่านนิทานเรื่อง กระต่ายตื่นตูม เสียใหม่ ว่าใครกันแน่ที่ตื่นตูม เพราะว่าก่อนจะไปเราได้ตรวจสอบแล้ว ทั้งหน่วยราชการและชาวบ้านก็ยืนยันว่า มีแมวอยู่บนเกาะจริงๆ แต่ไม่เคยบอกว่าร้อยตัวตามที่หนังสือพิมพ์ประโคมข่าว และถึงแม้จะมีเพียงสี่สิบกว่าตัว จะไม่ให้ไปช่วยหรืออย่างไร เหมือนเมื่อครั้ง สึนามิ มีข่าวว่าแมวติดอยู่บนเกาะพีพีสามสิบกว่าตัวเรายังไป ปรากฏว่ามีอยู่ถึงกว่าร้อยตัว ต้องขอเครื่องบิน C-130 US ของอเมริกันช่วยขนแมวกลับมากรุงเทพฯ ก็ยังไม่วายมีพวกนักวิจารณ์ว่า “ทำไมต้องใช้เครื่องบินต่างชาติ” พอครั้งนี้ก็ว่า “ทำไมต้องใช้เครื่องบินไทย” เป็นอย่างนี้บ่อยๆ อีกหน่อยก็ไม่มีใครเขากล้าช่วย ดังนั้นเราจึงควรพยายามแยกแยะข่าวกับความเป็นจริงให้ชัดเจน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวให้สนุกปากพวกช่างวิจารณ์ที่มือไม่พายแต่ชอบเอาเท้าราน้ำ
สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย)เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช่ผู้ตามกระแสข่าว จึงไม่อาจสนใจเสียงวิภาควิจารณ์จากพวกที่มีวิสัยทัศน์คับแคบหรือตีค่าสวัสดิภาพสัตว์ด้วยอัตราค่าใช้จ่ายหรือพาหนะที่ใช้เดินทาง หากสักวันเรามีเรือหรือเครื่องบินเป็นของตนเอง แม้จะเป็นชีวิตสัตว์ไม่กี่ชีวิต เราก็จะเร่งรุดไปให้ทันการณ์ เหมือนที่พวกเราได้เห็นเขาทำกันในต่างประเทศ ที่แม้จะมีแมวติดอยู่ในท่อระบายน้ำเพียงตัวเดียวเขาก็พร้อมจะทุ่มเทกำลังและทรัพย์สินเพื่อให้สัตว์รอด เพราะหากเราไม่ไป แมวบนเกาะก็จะมีลูกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและปัญหาประชากรแมวจรจัดบนฝั่งก็จะไม่ได้รับการเปิดเผย เพราะจากการพูดคุยกับชาวบ้านยืนยันว่า ที่ผ่านมาข้าราชการไม่เคยให้ความสำคัญ โดยยืนกรานให้ชาวบ้านต้องขนแมวไปให้เจ้าหน้าที่ทำหมันเอง แล้วเขาจะจับแมวจรจัดได้อย่างไร จะเอาเวลาที่ไหนเดินทางไปในเมืองให้เสียเวลาทำมาหากิน เรื่องเหล่านี้สมควรเป็นหน้าที่ของข้าราชการที่กินเงินภาษีของประชาชน ที่จะต้องจัดหน่วยทำหมันเข้าไประดมจับรวบรวมแมวตามชุมชนมาคุมกำเนิดและฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาด เหมือนเช่นที่หน่วยคลินิกเคลื่อนที่ของสมาคมฯปฏิบัติอยู่ในกรุงเทพฯทุกวันนี้ แม้จะไม่ได้กินเงินภาษี แต่ก็ได้รับเงินบริจาคจึงต้องปฏิบัติตามปฏิญญาที่ให้ไว้กับสังคม ด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้องแม้จะไม่ถูกใจพวกนักวิภาควิจารณ์ก็ตาม
หลังจากทำความเข้าใจกับท่านผู้ว่าฯ แล้ว ทีมงานทั้งหมดจึงมุ่งตรงไปที่จุดหมาย ถึงชุมชนหาดเกาะเตียบ ต. ปากคลอง อ. ปะทิว แต่ไม่พบคุณสมจิตซึ่งบัดนี้ชัดเจนแล้วว่าเป็นผู้นำแมวไปไว้บนเกาะ พบเพียงคุณมาลัย ภรรยาและลูกชายจึงขึ้นเรือไปเกาะแมวด้วยกัน ทราบภายหลังว่าแท้จริงแล้วชื่อเกาะพระ อยู่ห่างจากชุมชนเกาะเตียบเพียง 2 กิโลเมตร เมื่อถึงเกาะพบแมวเดินไปมาประมาณ 5-6 ตัว ตัวหนึ่งมีอาการป่วยจนไม่มีแรงหลบหนี ส่วนตัวอื่นยังปราดเปรียวอยู่ จึงเริ่มวางกรงดัก แทนการใช้สวิงหรือเป่าลูกดอกเนื่องจากมีพุ่มไม้และหลืบเขาให้แมวหลบซ่อนมากมาย หลังจากแมวตัวที่สามเข้ากรงแล้วตัวอื่นๆ ก็หนีกลับขึ้นเขาหมด จึงได้นำแมวทั้งสามตัวขึ้นเกาะไปมอบให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่รออยู่บนฝั่งนำไปส่งจวนผู้ว่าฯก่อนชุดหนึ่ง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้วทีมกู้ภัยจึงได้กลับไปตรวจกรงดักที่วางไว้บนเกาะได้แมวอีก 2 ตัว จึงแยกไว้และตกลงใจอยู่ค้างบนเกาะ แม้ชาวบ้านจะเตือนว่า....เหี้ยนแม้แต่พระธุดงค์ที่อยู่บนเกาะยังเคยเจอ พวกเราซึ่งส่วนใหญ่เกรงใจภูตผีอยู่แล้ว จึงทำการกราบไหว้ขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางตามที่ชาวบ้านแนะนำ ผลปรากฏว่าไม่มีใครมารบกวนเลยจริงๆ พอรุ่งเช้าก็ได้แมวมาติดกับเพิ่มอีกหนึ่งตัวรวมเป็น 3 ตัว และได้รับรายงานจากบนฝั่งว่ามีชาวบ้านขอให้ช่วยจับแมวจรจัดซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดไปให้ผู้ว่าฯ ด้วย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งกลับขึ้นฝั่งไปสมทบกับทีมสัตวแพทย์ช่วยกันจับรวบรวมแมวบนฝั่ง ส่วนที่เหลืออีกสี่คนบนเกาะก็ออกตระเวนหาที่ซ่อนแมวบนเขาและโขดหินรอบเกาะต่อไปจนบ่ายแก่ๆยังไม่มีแมวลงมาให้จับเพิ่มจึงถอนกำลังกลับเข้าฝั่งก่อนที่พายุจะมาได้แมวทั้งบนฝั่งและเกาะรวมสิบเจ็ดชีวิตเพื่อเตรียมนำไปส่งให้จวนผู้ว่าฯในวันรุ่งขึ้น
จากการวิสาสะกับชาวบ้านได้ความเพิ่มว่าทั้งหมดยินดีเมื่อได้ข่าวว่า สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) จะมารับแมวไปกรุงเทพฯ แต่พอทราบว่าต้องเปลี่ยนแผน ก็รู้สึกเป็นห่วงจะไม่มีใครติดตามความคืบหน้าและหาทางช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องการทำหมันแมวจรจัดในหมู่บ้านที่นับวันจะมีมากขึ้น แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะรักแมวและยินดีเจือจานข้าวปลาที่เหลือให้ แต่เกรงว่า หากไม่มีการทำหมัน สักวันจำนวนแมวที่มีอยู่จะเพิ่มขึ้นจนเป็นที่รำคาญกลายเป็นปัญหาอีก โดยยกตัวอย่างแมวที่เคยถูกชาวบ้านตีจนตาบอดข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่สัตว์แพทย์ของเราเพิ่งรักษาแผลที่เท้าให้ ชาวบ้านได้ขอร้องให้คนกรุงเทพฯ อย่าเพิ่งเลิกสนใจแมวชุมพร โดยให้ช่วยเข้ามารวบรวมแมวทำหมันในหมู่บ้าน เพราะยังมีหมู่บ้านอื่น บางรายเลี้ยงแมวไว้ด้วยความส่งสารยี่สิบตัว บางรายกว่าร้อยตัว เมื่อพิจารณาจากแมวที่จับได้ในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นลูกแมว แสดงว่าอาหารการกินดีแมวแต่ละตัวมีลูกดก เราจึงได้รับปากว่าจะพยายามผลักดันให้มีการปรับแผนการทำงานของราชการให้เข้าหาชาวบ้าน แทนที่จะต้องชาวบ้านเดินทางไปหา โดยแนวทางหนึ่งที่อาจนำเสนอคือ ให้ทางจังหวัด ร่วมกับกรมปศุสัตว์และกรมอุทยานแห่งชาติเปลี่ยนเกาะพระให้เป็นเกาะแมว เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สำหรับแมวจรจัดอื่นๆ ในจังหวัดชุมพรที่ทำหมันฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วแต่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนเดิมได้ ต่อไปนักท่องเที่ยวที่มาแวะชมโครงการธนาคารปูของเกาะเตียบอยู่แล้ว (เพาะเลี้ยงปูไม่ให้ถูกประมงจนสูญพันธ์) สามารถเที่ยวชมและบริจาคสมทบทุนซื้ออาหารให้แมวบนเกาะอย่างเป็นระบบด้วย เพราะเกาะพระหรือเกาะแมวที่เป็นอยู่ขณะนี้อยู่ในการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติแต่มีพื้นที่และทัศนียภาพไม่เพียงพอที่จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ และสิ่งที่สังคมเป็นห่วงก็คือความเป็นอยู่ของแมวไม่ใช่ที่อยู่ของแมว จึงฝากแนวคิดไว้กับกลุ่มวิทยุชุมชนในจังหวัดให้ช่วยกันเสนอผู้ว่าฯ ในภายหลัง เพราะขณะนั้นท่านยังคงติดประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ ในขณะที่ตัวเลขาฯ ก็ไม่ดูเหมือนจะไม่กล้ารับปากอะไรอีก และปศุสัตว์จังหวัดก็ไม่เห็นด้วยกับการนำแมวในหมู่บ้านมาร่วม กว่าจะติดต่อขออนุญาตจากผู้ว่าฯ ได้โดยตรงก็ต้องเสียเวลาค้างในหมู่บ้านไปอีกหนึ่งคืน
พอวันรุ่งขึ้นหลังจากติดต่อขออนุญาตจากผู้ว่าฯ ได้แล้ว ทีมงานพิทักษ์สัตว์ก็ล่ำลาชาวบ้าน เพื่อนำแมวที่ได้ทั้งหมดไปส่งที่จวนผู้ว่าฯ ซึ่งห่างออกไปเกือบสองชั่วโมง พอไปถึงปศุสัตว์ท้องถิ่นยังยืนกรานไม่ให้รับแมวชาวบ้าน ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นจวนผู้ว่าหรือจนวนใครกันแน่ เลยต้องโทรไปกวนผู้ว่าฯ ในห้องประชุมให้อธิบายเอง กว่าจะนำแมวออกจากกรงได้เสียเวลาหลายชั่วโมง แถมพบว่า คอกที่ใช้กักแมวทั้งหมดไว้ดัดแปลงมาจากคอกสุนัข จึงมีร่องตาข่ายใหญ่เกินไปจนหัวแมวบางตัวเข้าไปติดอยู่ ทีมกู้ภัยต้องช่วยออกมา ในขณะที่ด้านใต้พื้นและใต้หลังคาไม่มีตาข่ายเลยมีเพียงแผ่นลูกฟูกปิดกั้นไว้แต่ยังมีช่องให้แมวเล็ดรอดหนีออกไปได้ขณะที่ไปถึงมีตัวหนึ่งกำลังปีนหนีอยู่พอดี ทีมงานจึงได้จัดการหาซื้อตาข่ายตาถี่มาพยายามปิดกั้นให้ จากนั้นฝากกรงและอาหารที่นำมาไว้ให้จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ นับเป็นสามวันสามคืนที่อลเวงพอสมควร แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี เมื่อได้ทราบข่าวว่าแมวทั้งสี่สิบสามชีวิตผู้ว่าฯ ได้จัดโครงการหาบ้านใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำหนังสือขอบคุณผู้ว่าฯ และเสนอขอความร่วมมือเพื่อหาทางผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาแมวชุมพรอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป และอาจเป็นเรื่องตื่นตูมสำหรับพวกที่ตีค่าสวัสดิภาพสัตว์ด้วยเงิน แต่สำหรับสมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) ถือเป็นบทเรียนด้านความตื่นตัวในสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช่เรื่องตื่นตูมอย่างแน่นอน