|
![]() จากถังเป็นสุนัข |
![]() กรงสำหรับขังสุนัข |
![]() ![]() .......... |
![]() ![]() นี่หรืออาหาร..... |
![]() หนัง..... |
การดำเนินการ |
การค้าเนื้อและหนังสุนัขที่มีแหล่งใหญ่อยู่ในตำบลบ้านท่าแร่ จังหวัดสกลนคร แม้จะกระทำกันมานานนับครึ่งศตวรรษ แต่ก็ไม่ใช่วิสัยของคนไทยหรือชาวพุทธ และไม่ใช่ทำด้วยความยากแค้นจำเป็นหรือค่านิยมในการบริโภคตามที่กล่าวอ้าง จำนวนสุนัขหลายร้อยต่อวันที่ถูกฆ่าชำแหละอย่างทารุณเป็นตัวเลขที่มากเกินกว่าขีดความสามารถในการบริโภคของคนทั้งจังหวัด และคนทั้งจังหวัดสกลนครก็ไม่ได้บริโภคเนื้อสุนัข แต่มีพวกที่ต้องการหลอกลวงสังคมใช้เรื่องการกินเนื้อสุนัขเป็นข้ออ้าง แท้จริงเนื้อสุนัขเป็นเพียงผลพลอยได้ที่ต้องพยายามขายออก เป้าหมายจริงอยู่ที่ การส่งออกหนังสุนัข ซึ่งเริ่มจากการส่งผืนหนังแช่แข็งหรือฟอกแล้วบางส่วนแล้วได้ขยายตัวเป็นการส่งออกสุนัขเป็นๆนับพันๆตัวข้ามชายแดนไทย- ลาว ในสภาพเบียดเสียดยัดเยียดยิ่งกว่าบรรทุกสุกรโดยไม่ใยดีต่อบาปกรรม มาตราฐานการขนส่งและการดูแลสัตว์ตลอดจนการฆ่าก็เข้าข่ายการทารุณสัตว์จนเห็นได้ชัด ไม่มีการให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่มีการให้อาหาร และใช้วิธีทุบหัวเชือดคอทั้งเป็น ต. บ้านท่าแร่ จ. สกลนคร อันเป็นศูนย์กลางการค้าเนื้อและหนังสุนัข อยู่ติดกับอำเภอเมือง มีประชากรเพียง 400 หลังคาเรือนหรือประมาณ 8 พันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายญวน เมื่อเทียบกับประชากรทั้งจังหวัด 1.1 ล้านคนซึ่งไม่เห็นด้วยแต่พลอยต้องได้รับความอัปยศอดสูไปพร้อมกับคนไทยทั้งประเทศ ที่ถูกตราหน้าว่า “ กินหมา ค้าหมา”
ผู้ใดที่ยังสำคัญว่าการต่อต้านการค้าเนื้อและหนังสุนัขเป็นเรื่องระหว่างคนรักสัตว์กับสิทธิในการบริโภคนับว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างยิ่งแท้จริงแล้วเป็นเรื่องของความฉ้อฉลหลอกลวงผู้บริโภคให้ต้องเสี่ยงต่อสุขอนามัยโดยกลุ่มคนที่เห็นแก่ได้และฉวยโอกาสกอบโกยจากปัญหาของสังคม เป็นบ่อนทำลายศีลธรรมจรรยาของเยาวชนโดยไม่คำนึงถึงความอัปยศอดสู่ที่ได้นำมาสู่สังคมและคนไทยทั้งประเทศ
ในขณะที่หน่วยงานต่างๆได้ปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดอย่างมีคุณธรรมมากขึ้น กลับยังมีคนกลุ่มหนึ่งฉวยโอกาสกอบโกยรายได้จากสุนัขที่น่าสงสารโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและภาพลักษณ์ของประเทศ จนนานาอารยประเทศมองว่าสังคมไทยตกต่ำถึงขนาดสนับสนุนให้ทำการค้าหาประโยชน์จากสุนัขโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขจรจัด
หลังจากมีกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการ กำหนดควบคุมการค้าสัตว์และซากสัตว์ ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ. ศ. 2546 กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้ให้การสนับสนุนโดยประกาศห้ามขนย้ายสุนัขนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นไป ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครได้ให้ความสำคัญโดยประกาศห้ามการค้าและการชำแหละเนื้อสุนัข แต่กลับถูกกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์กดดันอย่างหนัก ด้วยการออกมาประท้วงและร้องเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย ผู้ที่หนุนหลังมีทั้งอดีต ส. ส. เทศมนตรี อบต. ท่าแร่ และข้าราชการท้องถิ่น เป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องยอมอ่อนข้อด้วยการยกเลิกประกาศดังกล่าว
ระหว่างที่หลายฝ่ายพยายามเร่งแก้ปัญหา การจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตค้าสุนัขและแมวหรือซากสุนัขและแมว กลับไม่มีความคืบหน้า ด้วยฝ่ายกฎหมายกรมปศุสัตว์เห็นว่า การห้ามค้าเนื้อและหนังสุนัขอาจเป็นการละเมิดเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ในขณะที่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายซึ่งล้วนมีผลต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่มากก็น้อยโดยคำนึงถึงความถูกต้องและประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก เช่นเดียวกับข้อห้ามที่จำเป็นอื่นๆ อาทิ ห้ามจักรยานยนต์วิ่งบนทางด่วน ห้ามค้าประเวณีเพราะผิดศีลธรรม ห้ามบริโภคเนื้อปลาปักเป้าเพราะเป็นพิษ การห้ามนำเข้าสุนัขพิทบูลที่เข้าข่ายสัตว์ดุร้าย ห้ามเลี้ยงปลาพิรันยา นาคหญ้า และสัตว์อีกหลายชนิดเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น การห้ามค้าเนื้อและหนังสุนัขเพื่อปกป้องศีลธรรมจรรยาของสังคมและป้องกันโรคระบาดจึงน่าจะกระทำได้และกฎกระทรวงก็ได้ให้อำนาจนี้แก่กรมปศุสัตว์อยู่แล้ว ล่าสุดได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือกับสำนักงานกฤษฎีกาซึ่งทั้งกฤษฎีกาและสำนักปลัดกระทรวงเกษตรฯต่างก็เห็นด้วยว่ากรมปศุสัตว์มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายตามกฎกระทรวงอยู่แล้ว
การค้าเนื้อและหนังสุนัขไม่เพียงเป็นการกอบโกยผลประโยชน์บนชื่อเสียงของประเทศ ยังเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคและบ่อนทำลายเยาวชนด้วย เพราะการค้าเนื้อสุนัขมักทำในรูปเนื้อสวรรค์ตากแห้ง ลูกชิ้น หรือเนื้อสดที่ปะปนขายกับเนื้อโคกระบือในกรุงเทพฯและทั่วประเทศ ผู้ประกอบการท่าแร่ถึงกับประกาศว่าทุกวันนี้ผู้ที่บริโภคเนื้อสุนัขไม่ใช่คนสกลแต่เป็นคนกรุงเทพฯที่ไม่รู้ตัวนอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเยาวชนในภาคอีสานและภาคเหนือเริ่มนิยมบริโภคเนื้อสุนัขแกล้มเหล้า โดยลืมไปว่าแหล่งที่มาของสุนัขที่ค้ากันอยู่ไม่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงที่สามารถควบคุมโรคหรือสุขอนามัยได้ดังเช่นโคกระบือเป็ดไก่และสุกร การอนุญาตให้ค้าซากสุนัขเท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ค้าทำการได้ง่ายขึ้น สามารถนำเนื้อหรือหนังสุนัขมาปะปนกับอาหารหรือสินค้าบริโภคได้สะดวกขึ้นไม่ต้องลักลอบอีกต่อไป และยังเป็นการเพิ่มความยุ่งยากให้แก่เจ้าหน้าที่ใที่ต้องคอยตรวจสอบอีกด้วย
ขณะที่การออกระเบียบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมถูกจำกัดด้วยการตีความของกฎหมาย การค้าหนังสุนัขเพื่อประโยชน์ของพ่อค้าหมาท่าแร่ยังคงดำเนินต่อไปโดยอาศัยใบอนุญาตที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกให้ก่อนการบังคับใช้กฎกระทรวงเดือน เมษายน 2546 ทำให้สาธารณชนเกิดความสับสนและเข้าใจผิดว่ามี “ ส่วยหมา” ซึ่งโดยแท้จริงใบอนุญาตดังกล่าวเป็นเพียงใบอนุญาตค้าเนื้อโคกระบือที่เพียงเขียนคำว่าสุนัขเพิ่มเข้าไว้ด้วยลายมือเท่านั้นและได้รับการยืนยันจากกรมปศุสัตว์ว่าจะใช้ได้เพียงสิ้นเดือนธันวาคม 2546 จากนั้นจะต้องใช้ใบอนุญาตตามระเบียบใหม่
สมาคมพิทักษ์สัตว์ ( ไทย) ได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานต่างภาครัฐรวมทั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขตามวัตถุประสงค์และคำสั่งในกฎกระทรวง โดยทางสมาคมฯได้รนรงค์ในภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนส่งหนังสือมาสนับสนุนจำนวนมากและได้นำเสนอพร้อมให้กระทรวงเกษตรฯ กรมปศุสัตว์ รวมทั้งผู้ว่าฯสกลนครแล้ว นอกจากนี้ยังได้เสนอเอกสารแนะแนวความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ผล










