subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link
subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link
subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link
subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link
subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link
subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link
subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link
subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link
 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลักการและเหตุผล

เป็นที่ทราบกันดีว่าต้นเหตุของสุนัขจรจัดเกิดจากการขาดความรับผิดชอบของคน ที่ไม่นำสุนัขไปทำหมันเมื่อถึงเวลาอันควร หรือปล่อยให้มีลูกมากแล้วนำไปปล่อยทิ้งเมื่อไม่ต้องการ หรือปล่อยไปผสมพันธ์นอกบ้าน
         อย่างไรก็ตาม การสร้างสำนึกและความรับผิดชอบจำเป็นต้องใช้เวลา และการกำจัดสุนัขจรจัดให้หมดสิ้นก็เป็นไปไม่ได้ตราบใดที่ยังมีการขยายพันธุ์หรือคนนำมาปล่อยเพิ่ม ในขณะเดียวกันจำนวนสุนัขที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ก็มีส่วนป้องกันไม่ให้สุนัขอื่นเข้ามาอาศัยนอกจากลูกสุนัขที่เกิดจากฝูงเดียวกัน ดังนั้นการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดจึงเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อน จำเป็นต้องใช้วิธีที่ได้ผลทั้งในด้านประชาสัมพันธ์และการปฏิบัติ
         การนำสุนัขไปฆ่าทำลายไม่ใช่วิธีที่ได้ผลและไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะที่ผ่านมามีการกำจัดสุนัขจรจัดด้วยการฆ่าทำลายเฉลี่ยปีละ 4-5 หมื่นตัวแต่ยังคงมีผู้นำมาปล่อยบวกกับการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ปีละ4-5 หมื่นตัวทุกปี ในปัจจุบันเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครมีสุนัขจรจัดอยู่ประมาณกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นตัว วิธีควบคุมประชากรสุนัขจรจัดที่ได้ผลและเป็นที่ยอมรับในหลายๆประเทศคือการทำหมัน ทั้งนี้จำนวนสุนัขจรจัดที่มีอยู่แล้ว(สุนัขเจ้าถิ่น)จะคอยกันไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ามาในพื้นที่ และหากไม่มีการขยายพันธุ์กันในแต่ละกลุ่มจำนวนประชากรก็จะลดลงโดยลำดับ เมื่อไม่มีคนนำมาปล่อยเพิ่มปัญหาสุนัขจรจัดก็จะควบคุมได้ในที่สุด

การจัดกลุ่มสุนัขจรจัด สุนัขจรจัดของไทยสามรถจำแนกได้เป็นสองกลุ่มคือ

  1. สุนัขข้างถนน ที่เร่ร่อนอยู่ตามที่ต่างๆโดยปราศจากการดูแล สุนัขเหล่านี้มีอัตราการเกิดน้อยและเสี่ยงต่อความตายสูงเนื่องจากอุบัติเหตุ ขาดอาหาร สุขภาพไม่แข็งแรงและเป็นโรคเรื้อรัง

  2. สุนัขชุมชน ที่พบเห็นได้ตามตลาด ตามตรอกซอกซอย ตามวัด หมู่บ้านจัดสรร หรือแหล่งชุมชนอื่นๆ สุนัขเหล่านี้มีผู้เมตตาให้อาหาร หรือกระทั่งให้การเยียวยารักษายามเจ็บป่วยจึงมีโอกาสรอดมากกว่าและมีอิสระในการผสมพันธ์เพิ่มจำนวนประชากรสูง

         สุนัขเพศเมียหนึ่งตัวสามารถให้กำเนิดลูกสุนัขที่มีโอกาสรอดถึงวัยเจริญพันธุ์ปีละประมาณ 6 ตัว ในขณะที่ตัวผู้หนึ่งตัวสามารถผสมกับตัวเมียอย่างน้อยสี่ตัวและให้ลูกที่สามารถเป็นแม่หรือพ่อพันธุ์ต่อไปอีก 24 ตัว เมื่อรวมกันจะมีสุนัขที่พร้อมขยายพันธุ์ 30 ตัว หากคุมกำเนิดสุนัขตัวผู้และตัวเมีย 1,000 ตัวจึงเท่ากับป้องกันการเกิดสุนัขจรจัดถึง 3 หมื่นตัว

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อควบคุมประชากรสุนัขและแมวจรจัดตามชุมชนหรือที่เจ้าของไม่สามารถรับผิดชอบทำหมันได้ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคกลัวน้ำด้วยการฉีดวัคซีนให้สัตว์ทุกตัวหลังการผ่าตัดทำหมัน เพื่อตรวจรักษาสุนัขและแมวจรจัดที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้ายอาทิ มะเร็งเนื้องอก แผลอักเสบเรื้อรัง แท้งในมดลูก มดลูกหรืออวัยวะเพศอักเสบ เป็นต้น
  2. เพื่อเสริมสร้างสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงและความเอื้ออาทรต่อสัตว์ที่ต้องทุกขเวทนา (กลับ)

ผลที่จะได้รับ

  1. สุนัขและแมวจรจัดได้รับการคุมกำเนิดปีละ 1,300 ตัว หรือป้องการเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์จรจัดได้ปีละ 39,000 ตัว สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของทางราชการในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำในสุนัขจรจัดซึ่งทางราชการอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง สัตว์จรจัดที่ต้องใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนาอยู่แล้วมีโอกาสได้รับดูแลด้านสุขภาพไม่ให้ต้องทุกข์ทรมานจากโรคร้าย
  2. สาธารณชนเข้าใจความสำคัญของการคุมกำเนิดสัตว์เลี้ยงและมีทัศนะคติที่ดีในการแก้ปัญหาสัตว์จรจัด (กลับ)

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

    1. กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการและประสานงานกับผู้รับผิดชอบในพื้นที่ซึ่งควรมีขอบเขตจำกัดและมีผู้สามารถเอาใจใส่ดูแลสัตว์หลังการผ่าตัดได้ ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้สมาชิกในชุมชนทราบและมีส่วนร่วมด้วยการนำสุนัขที่ตนดูแลอยู่มารับการผ่าตัดทำหมันพร้อมฉีดวัคซีน ทีมปฏิบัติการเข้าพื้นที่เพื่อรวบรวมสุนัขจรจัดที่สมาชิกในชุมชนนำมาหรือทีมงานจับได้ด้วยการให้ใช้อุปกรณ์และยาซึมเฉลี่ยวันละ 25 ถึง 30 ตัว สัตว์แพทย์ตรวจสุขภาพและความพร้อมของสุนัขที่รวบรวมมาได้และที่ชุมชนนำมาร่วม เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ได้รับการฝึกแล้วทำการโกนขนและทำความสะอาดสุนัขที่จะรับการผ่าตัดทำหมัน สัตว์แพทย์สองทีมให้ยานำสลบ Atropine และ Xylazine ตามด้วยยาสลบ Thiopental ตามน้ำหนักสุนัขแต่ละตัว สัตว์แพทย์ทำหมันสุนัขด้วยการตัดรังไข่และมดลูก Ovariohysterectomy ในตัวเมีย และตัดลูกอัณฑะ Castration ในตัวผู้ ทำการผ่ารักษาอาการเจ็บป่วยภายในที่พบขณะทำหมัน เช่น เนื้องอกในมดลูก อวัยวะเพศอักเสบ อัณฑะบวม หรือการแทงในมดลูก เพื่อสุนัขจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคเรื้อรังต่อไป ฉีดยาแก้อักเสบชนิดออกฤทธิ์นานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นจึงเย็บภายในแบบ intradermal subcuticular ด้วยไหมละลายและเย็บพายนอกพร้อมทั้งปิดหนังแบบชั่วคราวอีกชั้นหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงจากการแทะเกาของสุนัขเอง และร่นระยะเวลาการดูแลหลังผ่าตัด

    2. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำแล้วจึงติดปลอกคอเครื่องหมายทำหมันและฉีดวัคซีน เพื่อแสดงว่าสุนัขเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อสังคม (กลับ)

         สุนัขที่อาศัยตามแหล่งชุมชน มีที่หลบซ่อน มีอาหารจากขยะหรือคนใจบุญเจือจาน มีสุขภาพสมบูรณ์ ภูมิต้านทานโรคสูง และไม่ต้องเสี่ยงกับการข้ามถนนหนทาง จึงมีอัตราการอยู่รอดสูงกว่าสุนัขที่เร่ร่อนตามท้องถนน และมีอัตราการ สืบพันธุ์กับการเติบโตของลูกสุนัขสูงด้วย ดังนั้นสุนัขชุมชนจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องมีการควบคุมประชากร หากเราสามารถควบคุมไม่ให้สุนัขแต่ละกลุ่มขยายพันธ์ ก็จักสามารถควบคุมจำนวนประชากรสุนัขที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ได้ และหากป้องกันไม่ให้มีการนำมาปล่อยเพิ่ม จำนวนสุนัขก็จะลดลงเองตามอายุขัย ในทางกลับกันหากเรากำจัดสุนัขที่มีอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ก็จะมีกลุ่มใหม่มาแทนที่เป็นทวีคูณ

         การทำหมันเพศผู้ด้วยวิธีผ่าตัดเอาถุงน้ำเชื้อออกและเพศเมียด้วยวิธีผ่าเอารังไข่หรือมดลูกออกเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ลดการแก่งแย่งตัวเมียแล้ว ยังช่วยลดการร่อนเร่ในสัตว์จรจัดและการหนีออกจากบ้านในสุนัขที่มีเจ้าของด้วย ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดมะเร็งมดลูกเหมือนการใช้วิธีฉีดยาคุม ในขณะที่การให้กินยาคุมมักไม่ได้ผลเนื่องจากการคำนวนระยะตกไข่ในสุนัขทำได้ยาก และการใช้หนังยางรัดลูกอัณฑะสุนัขตัวผู้ถือเป็นการทารุณสัตว์อย่างมาก  (กลับ)

 

การปฏิบัติงาน

กักสุนัขพร้อมอดอาหารอดน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

ชั่งน้ำหนักเพื่อคำนวณจำนวนเวชภัณฑ์ที่ต้องใช้

วางยาสลบ / โกนขน เพื่อรอการผ่าตัด

หลังผ่าตัด ฉีดวัคซีนและใส่ปลอกคอ

นอนพักฟื้น

ปล่อยให้กินเอง และดูแลแผลประมาณ 5 วัน

ภาระกิจ

 

บริจาคสมทบทุนสมาคมได้ที่

กรุณาสั่งจ่าย   สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) หรือโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ที่
1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขา ถ.สุขาภิบาล 3 บึงกุ่ม 
     เลขที่บัญชี  056-0-18402-0
2. ธนาคารกสิกรไทย สาขา ถ.สุขาภิบาล 3 บึงกุ่ม 
     เลขที่บัญชี  735-2-29090-9

สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย)
45 ม. 4 ถนนรามคำแหง แขวง/เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 0-2373-2886, 02-728 1658   โทรสาร  0-2373-2886

thaiaga@hotmail.com