Thai AGA...Animal Rescue

คนก็หนึ่งชีวิต สัตว์ก็หนึ่งชีวิต สรรพสัตว์ย่อมรักชีวิต ทุกชีวิตจึงมีค่า แม้แต่ศีลข้อหนึ่งยัง ห้ามฆ่าสัตว์ แสดงว่าให้ความสำคัญต่อชีวิตสัตว์ ดังนั้นการช่วยสัตว์จึงมิได้เป็นการละเลยต่อความทุกข์เข็ญของมนุษย์ แต่เป็นการเสริมคุณค่าของคำว่า “มนุษยธรรม”
         ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครฯมีประชากรกว่า 6 ล้านคน สุนัขจรจัดกว่า 1 แสนตัว และมีช้างเข้ามาเร่ร่อนกว่า 60 เชือก มีสาธารณภัยเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันเฉพาะอัคคีภัยมีเฉลี่ยวันละหนึ่งครั้งในแต่ละครั้งจะมีหน่วยงานต่างๆเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสพภัยอยู่เสมอ แต่ยังอุบัติภัยอีกประเภทหนึ่งที่ไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบโดยตรง นั้นคือ อุบัติภัยเกี่ยวกับสัตว์ เช่น สุนัขถูกรถยนต์ชน คนถูกสุนัขกัด สัตว์ป่าหลุดจากกรง ช้างอาละวาด วัวตกท่อ แมวติดซอกตึก มีแม้กระทั่งควายหลุดขึ้นไปอาละวาดบนคอนโดก็เคยปรากฏมาแล้ว อุบัติภัยเหล่านี้เพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยสัตว์มักถูกมองว่าเป็นตัวอันตราย ยิ่งเมื่อมีเรื่องความปลอดภัยของสาธารณชนมาเกี่ยวข้องหรือปฏิบัติการช่วยเหลือไม่เป็นผลก็ต้องลงเอยด้วยการบาดเจ็บล้มตายของทั้งคนและสัตว์
          สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) จึงได้จัดตั้ง หน่วยกู้ภัยสัตว์ ขึ้นมารองรับอุบัติภัยเกี่ยวกับสัตว์ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสาธารณชนและสวัสดิ์ภาพสัตว์เป็นหลัก
             การกู้ภัยสัตว์จำเป็นต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับสัตว์ ทักษะในการกู้ภัย และหลักการแพทย์ ร่วมกันไป เพื่อป้องกันความผิดพลาดซึ่งมีผลถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติและสาธารณชนที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ช้างที่กำลังตกมัน สัตว์ที่กำลังบาดเจ็บหรือตื่นกลัว สัตว์ที่ไม่คุ้นเคยกับมนุษย์ หรือสัตว์ป่าที่หลุดจากพันธนาการ

วัตถุประสงค์
ข้อกำหนดและข้อจำกัด
ผลงานกู้ภัย
คลิปวีดีโอ
... ผลงานกู้ภัยสัตว์...

เจ้าเหมียวโดนรุมกัด : รหัสงาน 51-08/Cl2

เจ้าแมวเหมียวโดนสุนัขรุมกัดจนท้องทะลุ ผู้พบเห็นใจดีจึงนำมาส่งที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ คุณหมอเย็บแผลพร้อมให้ยาปฏิชีวนะ พักรักษาไม่นานเจ้าเหมียวจึงหายเป็นปกติ

Rescue

สุนัขโดนรถชน : รหัสงาน 51-08/Cl1

สุนัขจรจัดในซอยลาดพร้าว 101 ชื่อว่า"เจ้าโบ้" เดิมมีเจ้าของดูแลอย่างดีแต่เมื่อต้องย้ายบ้าน เจ้าของกลับทิ้งไว้ให้เป็นสุนัขจรจัด วันหนึ่งโดนรถชนจนตาปูดโปน พี่ๆ วินมอร์เตอรไซค์ใจดีแถวๆ นั้นจึงแจ้งเข้ามาที่หน่วยกู้ภัย แต่สุนัขจับได้จึงขอให้นำส่งคลินิกพิทักษ์สัตว์ คุณหมอตรวจดูพบว่าตาบอดแล้ว จึงควักตาขวาออก พร้อมกับทำหมันไปด้วย พี่วินรับอาสานำกลับไปดูแลให้ จากนั้นอีก 7 วันจึงนำมาตัดไหม ซึ่งทางคลินิกไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สุนัขโดนฟัน : รหัสงาน 51-08/05

สุนัขจรจัดเพศเมีย เดินหากินอยู่ในซอยมิสทีน เช้าวันหนึ่งพบว่ามีรอยมีดฟันเข้าไปที่หน้า เลือดไหลอยู่ตลอด ผู้ใจดีจึงแจ้งมายังหน่วยกู้ภัยสัตว์ และคอยเฝ้าตลอดว่าสุนัขเป็นอย่างไรบ้าง หน่วยกู้ภัยสัตว์จึงจับกลับมารักษาที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ คุณหมอเย็บแผลรักษาอยู่ประมาณ 7 วัน จากนั้นจึงทำหมันเพื่อนำกลับไปอยู่ที่บริเวณเดิม

Rescue

แมวที่เกาะชุมพรตื่นตัว..หรือ..ตื่นตูม

นวลผ่อง สุนัขโดนรถชน รหัสงาน 50-11/16

ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีด ับเพลิงบางชัน ว่าพบสุนัขเพศเมีย สีครีม คาดว่าจะถูกฟันบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขารามคำแหง จึง ประสานงานขอความช่วยเหลือจากคลินิกพิทักษ์สัตว์ เพื่อรักษา แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและคลินิกพิทักษ์สัตว์ ออกปฏิบัติภาระกิจไม่สามารถไปรับได้ จึงขอให้ทางผู้แจ้งนำส่งสุนัข ดังนั้นจึงช่วยนำตัวสุนัขมาส่งให้ที่คลินิกฯ จากการตรวจร่างกายโดยสัตวแพทย ์พบว่าแผลดังกล่าวน ่าจะเกิดจากที่สุนัขถูกคนใจร้ายขับรถชนแล้วลากติดล้อไปมากกว่า ทำให้หนังศรีษะส่วนหนึ่งหายไป มีแผลถลอกตามลำตัว ใบหู และขาขวาหน้าเล็บฉีกถลอกซึ่งทางคลินิกพิทักษ์สัตว์ ได้ทำความสะอาดบาดแผลใส่ยา ฟักฟื้นรอดูอาการ ซึ่งปัจจุบันอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

งูเหลือม : รหัสงาน 50-11/11

นาย Frank Cuesta ได้นำงูเหลือมที่หลงเข้าไปในสนามเทนนิส มาส่งให้กับทางสมาคมฯ เพื่อประสานงานหาสถานที่เหมาะสมในการปล่อยต่อไป

ลูกวัวถูกรถชน สน.มีนบุรีรหัสงาน 50-11/09

ได้รับแจ ้งจาก สน.มีนบุรี ว่ามีลูกวัวถูกรถชนถูกส่งมาไว้ที่ สน.มีนบุรี เพื่อหาเจ้าของต้องการให้สัตวแพทย์เข้าไปตรวจร่างกาย แนวทางการรักษา ซึ่งเมื่อสัตวแพทย์ตรวจอาการแล ้วพบว่า ลูกวัวตัวดังกล่าวอายุประมาณ 5 เดือนโดนกระแทกจนสะโพกหัก ขาหลังไม่มีการตอบสนองประกอบการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด ้านรักษาสัตว์ใหญ่ ทราบว่าอาการดังกล่าวไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทางสัตวแพทย์จึงปฐมพยาบาลเบื้อง โดยฉีดยาแก้ปวด ยาลดบวม จากนั้นได้ชี้แจงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อประสานงานกับทางผู้แจ้งดำเนินการต่อไป
เวลาผ่านไป 10 กว่าวันทางสัตวแพทย์สมาคมฯ ได้เข้าไปตรวจดูอาการของลูกวัวทุกวันและระหว่างนั้นได้พยายามขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่เพื่อเข้ารับการรักษาแต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่วัวได้รับนั้นทางสัตวแพทย์และโรงพยาบาลสัตว์ต่างๆ ลงความเห็นว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ เพื่อไม่ให้ลูกวัวต้องทุกทรมานต่อไป คณะสัตวแพทย์จึงตัดสินใจล้มเพื่อให้ลูกวัวพ้นจากความทุกทรมานดังกล่าว

 

สุนัขโดนรถชน วัดช่องนนทรี : รหัสงาน 50-10/27

ด้รับแจ้งจากว่าขับรถผ่าน ถ.พระราม 3 ซอย 65 พบว่ามีสุนัข สีขาว แต้มน้ำตาล มีปลอกคอ โดนรถชน นอนอยู่เชิงสะพานข้ามแยก หน้าวัดช่อนนทรี จนท.กายเพชร และ จนท.ศตานนท์ จึงนำรถคลินิกออกดำเนินการช่วยเหลือ

เวลา 11.30 น.เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบสุนัขตัวดังกล่าวถูกนำตัวมานอนพักอยู่หน้าร้านสยามดีเซล ข้างวัดช่องนนทรี จนท.กู้ภัยจึงเข้าไปตรวจอาการพบว่าสุนัขตัวดังกล่าวลุกไม่ขึ้นมีบาดแผลถลอกบริเวณขาหน้าขวา และใบหน้า จึงนำตัวใส่กรงเพื่อนำกลับมารักษาทคลินิกพิทักษ์สัตว์ต่อไป

เมื่อถึงคลินิกพิทักษ์สัตว์ สัตวแพทย์ได้ทำการตรวจรักษา พบสุนัขมีอาการหอบและหายใจด้วยช่องท้อง ไม่มีเลือดจากช่องปากและจมูก ไม่พบการหักของซี่โครง แต่มีการกระแทกช้ำของเนื้อเยื่อปอดและกระบังลม จึงรักษาไปตามอาการ จากนั้นอีก 2 วัน สุนัขก็เสียชีวติลง

วัวโดนรถชน ย่าน สน.นิมิตรใหม่ :รหัสงาน 50-07/16 

วันที่ 18 ก.ค. 50 ได้รับแจ้งจากว่ามีวัวโดนรถชนที่ ถ.หทัยราษฎ์ และมีคนนำมาไว้ที่ สน.นิมิตรใหม่ หน่วยกู้ภัยนำรถกู้ภัยสัตว์เดินทางถึงที่เกิดเหตุ วัวตัวดังกล่าวที่นอนอยู่ในเพิงหลัง สน.นิมิตรใหม่ เป็นวัวเพศเมีย สีแดง อายุประมาณ 6-8 เดือน สพ.ญ.มธุรสจึงเข้าไปตรวจอาการ พบว่าขาหน้าข้างซ้าย และขาหลังข้างซ้ายหัก บวมอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่มีบาดแผล จึงได้ให้ยาปฎิชีวนะ และน้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือด จากนั้นจึงแนะนำให้ทางผู้แจ้งหาหญ้าให้กินและก่อไฟไว้ข้างเพื่อให้ความอบอุ่นและไล่แมลง วันต่อมาจึงประสานความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งย่านหนองจอกเพื่อรับรักษาต่อไป

 

สุนัขจรจัดโดนรถชน ย่านวัดสวนแก้ว: รหัสงาน 50-07/07

ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัด สีน้ำตาล เพศเมีย โดนรถชนตกลงไปในคูน้ำ ตอนนี้ยังไม่มีใครช่วยขึ้นมาเลย อยู่ที่ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จุดเกิดเหตุอยู่ตรงข้ามกับปั้มเจส ห่างจากวัดสวนแก้วประมาณ 1 กม. จนท.กายเพชร และ จนท.พินิจ ได้นำรถกู้ภัยออกช่วยเหลือ ระหว่างที่เดินทางผู้แจ้งโทรกลับมาแจ้งว่ามีคนช่วยนำสุนัขขึ้นมาจากคูน้ำแล้วแต่สุนัขลุกไม่ขึ้นมีแผลที่ใบหน้า และขาหลังข้างซ้าย ตอนนี้สุนัขนอนอยู่ใต้ต้นไม้ข้างทาง

เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบสุนัขตัวดังกล่าว จึงได้ตรวจอาการเบื้องต้นพบว่ามีแผลฉีกเล็กน้อยที่หน้าผาก และขาหลังข้างซ้ายเป็นแผลลึกเห็นกระดูก กว้างประมาณ 2 ซม.ยาวประมาณ 3 ซม.และสุนัขไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้ โดยทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.00- 03.00 น.ที่ผ่านมาได้ยินเสียงรถชนอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ตอนเช้าจึงพบว่ามีสุนัขน่าจะโดนรถชนแล้วตกลงไปในคูน้ำบริเวณหน้าบ้านแต่ไม่ทราบว่าเป็นสุนัขใคร หน่วยกู้ภัยสัตว์จึงนำตัวสุนัขกลับมารักษาต่อที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ โดยพักรักษาอยู่ประมาณ 10 วัน หายดีแล้วจึงปล่อยคืนที่เดิม

กรณี การช่วยเหลือสุนัขในความดูแลของป้าติ๋ม (ใต้สะพานคลองสองต้นนุ่น เขต มีนบุรี)
การขนย้ายสุนัขทั้งหมดไปหนองน้ำส้ม (แถลงการณ์)
สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) พร้อมด้วยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตมีนบุรี โดยความร่วมมือของ สก.วิรัตน์ มีนชัยนันท์ และกลุ่มคนรักษ์สัตว์ มีความจำเป็นต้องทำการอายัดสุนัขจรจัดทั้งหมด รวม 98 ตัว ในความดูแลของป้าติ๋ม เพื่อเคลื่อนย้ายไปให้อยู่ในความดูแลของวัดหนองน้ำส้ม อำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 7 มิถุนายน 2550
ทั้งนี้ ท่านสก.วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ได้สนับสนุนค่ารถ 6 ล้อ ในการขนย้ายสุนัขมาพร้อมกันด้วย
การประชุมหาข้อสรุปแนวทางในการเลี้ยงและให้การสนับสนุนป้าติ๋ม (รายงานการประชุม)

วัดหนองน้ำส้ม อำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดย ท่านพระครูอุทัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าอาวาสวัดหนองน้ำส้ม ปัจจุบัน รับดูแลสุนัขทั้งหมดประมาณ 300 ตัว วัว 20 ตัว ควาย 3 ตัว หมู 30 ตัว นอกจากนี้ยังอุปการะเด็กด้อยโอกาสไว้อีกกว่า 1,000 คน ท่านใดที่มมีความประสงค์ต้องการบริจาคหรือสนับสนุนปัจจัย สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ พระมหาประเมิน ฐิตคุโณ สามารถโอนเข้าบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธกส.) สาขาอำเภออุทัย ออมทรัพย์เลขที่ 703-2-67037-3 หรือ ติดต่อสามารถสมาคมฯ ได้ที่หมายเลข 02-373 2886
****************** ขณะนี้ทางวัดประสบปัญหา สุนัขล้นคอก จึงไม่ขอรับสุนัขเพิ่มอีก ***********************

Update เจ้าปีเตอร์ ตอนนี้ปีเตอร์มีสภาพร่างกายทุกอย่างสมบูรณ์ตามเดิม อวัยวะเพศสามารถหดกลับเข้าที่ได้แล้ว ปัสสาวะ และขับถ่ายปกติดี ขอแสดงความยินดีกับเจ้าปีเตอร์ที่ได้ชีวิตใหม่คืนมาเสียที !

ปีเตอร์สุนัขพันธุ์ไทย เพศผู้ สีน้ำตาลเข้ารับการรักษาที่คลีนิกพิทักษ์สัตว์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.50 เพื่อรักษามะเร็งที่อวัยวะเพศ ซึ่งจากการวินิจัยของสัตวแพทย์ หากให้ยารักษาเพื่อรักษาเนื้อร้ายแล้วอาการไม่ทุเลาอาจจะต้องทำการผ่าตัดแปลงเพศซึ่งเป็นหนทางสุดท้าย แต่จากการติดตามการรักษานับว่าเป็นโชคดีของปีเตอร์ที่เนื้อร้ายยอมสยบต่อฤทธิ์ยา ตอนนี้ปีเตอร์ขับถ่ายได้เกือบเป็นปกติแล้วและคาดว่าจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดังเดิมเร็วๆนี้ (รายงานวันที่ 20/06/50)

ขาวเป๋ สุนัขพันธุ์ไทย เพศผู้เข้ารับการรักษาที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ตั้งแต่ เดือน พ.ย.49 ด้วยอุบัติเหตุรถทับลำตัวช่วงล่างเป็นอัมพาต ตอนนี้เจ้าขาวเป๋พยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยตัวเอง สร้างความยินดีให้ชาวสมาคมฯเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ทุกๆวัน ขาวเป๋ก็จะออกมาทำกายภาพบำบัดเพื่อรอโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

หากท่านใดสนใจอยากให้กำลังใจหรือช่วยเหลือให้ชีวิตใหม่ที่รอคอยของขาวเป๋กลับมามีชีวิตใหม่เร็วขึ้นก็สามารถสมัครมาเป็นอาสาพาน้องหมาเดินได้นะจ๊ะ โดยสามารถโหลดแบบฟอร์มอาสาสมัครจาก Web site หรือโทรมาข้อขอมูลที่สมาคมฯได้ทุกวันเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่ะ

สุนัขปลอกคอรัด ย่านวิภาวดี 62 รหัสงาน 50-07/05

หน่วยกู้ภัยสัตว์ได้รับแจ้งว่าที่ ถ.วิภาวดี ซ.62 มีสุนัขจรจัด เพศเมีย สีขาว-ดำ กทม.จับไปทำหมันใส่ปลอกคอ และเหรียญวัคซีนให้ แล้วนำมาปล่อย  ตอนนี้ปลอกคอนั้นเริ่มรัดแน่น จนคอเริ่มบวม เป็นรอยแดง พยายามจะจับตัดปลอกคอออกให้แต่สุนัขวิ่งหนีไม่ยอมให้จับจึงอยากให้ช่วยเหลือนำปลอกคอออก

เวลา 15.45 น.จนท.กายเพชร และ จนท.พินิจนำรถคลีนิก เดินทางถึง ซ.วิภาวดี 62 เป็นลานโล่งที่ใช้เป็นตลาดนัดขายของ และพบผู้แจ้งรออยู่และเรียกสุนัขตัวดังกล่าวให้ออกมามากินอาหาร โดยสังเกตเห็นบริเวณลำคอของสุนัขตัวดังกล่าวมีปลอกคอผ้าสีแดงและเหรียญวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าห้อยอยู่ปลอกคอรัดจนแน่นจนท.กายเพชร จึงเป่ายาเพื่อทำการช่วยเหลือ ตัดปลอกคอที่รัดออก จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลมีแค่รอยถลอกสีแดง จึงปล่อยให้สุนัขนอนพักต่อไปเสร็จภารกิจเวลา 16.15 น.

สุนัขโดนรถชน หมู่บ้านบัวทอง4 รหัสงาน 50-07/03

ได้รับแจ้งว่า มีสุนัขจรจัด สีน้ำตาลเพศเมียอาศัยอยู่ใน มบ.บัวทอง 4โดนรถชนช่วงขาหลังลุกไม่ขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนนำตัวมานอนข้างทางใน ซ. 1/28ของ มบ.บัวทอง 4ถ.บ้านกล้วยไทรน้อย จ.นนทบุรี อยากให้มาช่วยรักษา

เวลา 12.10น.จนท.กายเพชร , จนท.พินิจ พร้อมด้วย สพ.ญ.มธุรสนำรถกู้ภัยสัตว์เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบญาติของผู้แจ้งยืนรออยู่ มีสุนัขนอนอยู่ข้างทางสพ.ญ.มธุรส จึงตรวจอาการ พบว่า ไม่มีบาดแผลแต่อย่างใดกระดูกหักไม่หัก แต่สุนัขไม่มีแรงที่จะยืนขึ้นคาดว่าจะยังคงเจ็บและอักเสบอยู่ จึงได้ฉีดยา ปฎิชีวนะ และยาแก้ปวดให้สุนัขพร้อมทั้งให้ยาแก้ปวดแบบกินไว้กับผู้แจ้งเสร็จภารกิจ เวลา 13.15 น.

สุนัขตาถลน รหัสงาน 50-06/24

หน่วยกู้ภัยสัตว์ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัดอาศัยอยู่บริเวณหน้าปาก ซ. เพชรเกษม 39 สภาพบาดเจ็บและพิการที่ดวงตา ขอให้หน่วยกู้ภัยสัตว์ช่วยเหลือในการจับมาดำเนินการรักษา เนื่องจากไม่สามารถจับหรือเข้าใกล้สุนัขได้

เวลา 14.30 น.ของวันที่ 29/6/50 จนท. กายเพชร และ จนท. พินิจ ได้นำรถกู้ภัยสัตว์ยังจุดที่ได้รับแจ้งใน ซ. เพชรเกษม 39 บริเวณปั๊ม เอสโซ่ พบสุนัข อายุประมาณ 7-13 ปี ขนสีทองสลับขาว อาการเซื่องซึม ดวงตาข้างขวาถลนออกมานอกเบ้าตา จนท.กายเพชร ได้เป่ายาเพื่อทำการช่วยเหลือประมาณ 10 นาที สุนัขเริ่มมีอาการซึมและนอนนิ่ง จากนั้นจึงได้ใช้สวิงคลุมตัวสุนัขนำใส่กรง เพื่อนำกลับมารักษาที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ เสร็จภารกิจ เวลา 15.40 น.

สุนัขติดโดนกัด ย่านบางนา รหัสงาน 50-06/18

วันที่ 26 มิ.ย. 50 หน่วยกู้ภัยสัตว์ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีย่านเคหะบางนา แฟลต 9 ซ.บางนา-ตราด 46 ว่ามีสุนัขจรจัดกัดกันแล้วมีสุนัขตัวหนึ่ง โดนกัดที่ลำคอได้รับบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไม่ยอมหยุด และไม่มีใครกล้าจับไปทำแผล เวลา 17.00 น. จนท.กายเพชร และ จนท.พินิจ นำรถกู้ภัยสัตว์เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบสุนัข สีขาวแต้มดำ เพศผู้ นอนอยู่ใต้ถุนแฟลตมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณลำคอ จนท.พินิจจึงใช้สวิงคลุมและจนท.กายเพชร ฉีดยาเพื่อให้สุนัขซึม จากการตรวจร่างกายพบว่ามีบาดแผลโดนกัดเป็นรูลึกถึง 3 รู จึงปฐมพยาบาลและปิดแผลไว้ แล้วฉีดยาแก้อักเสบและปล่อยให้สุนัขนอนพักผ่อนต่อไป จากนั้นจึงให้ยาปฎิชีวนะกับผู้แจ้งที่ดูแลสุนัขเพื่อให้สุนัขตัวดังกล่าวกินในวันถัดไป 

สุนัขติดท่อระบายน้ำ ใต้สะพาน รหัสงาน 50-06/13

เวลา 12.30 น. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีสุนัขติดอยู่ในซอกระหว่างท่อระบายน้ำใต้สะพานบริเวณปากซอย พระราม 3(59)เมื่อรับแจ้ง จนท. กายเพชร, สพ.ญ. มธุรส และ จนท. พินิจ จึงได้ไปยังพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง พื้นที่เกิดเหตุอยู่บริเวณคลองวัดด่านโดยมีผู้คนที่รอ จนท. อยู่ก่อนแล้วประมาณ 5-6 คน เบื้องต้นทราบว่า อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องของสุนัขจึงได้ลงไปดูและพบสุนัขติดอยู่ในซอกระหว่างท่อใต้สะพานแต่ไม่สามารถนำออกมาได้ เจ้าหน้าที่ได้ลงไปในท่อพบสุนัขเพศเมีย สีขาว ตัวไม่ใหญ่นักนอนติดอยู่ในซอกระหว่างท่อ จึงเป่ายาซึมเมื่อสุนัขเริ่มมีอาการซึมจึงได้ใช้สแนร์คล้องที่คอแล้วนำขึ้นมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งต่อมามีชาย(อายุประมาณ 50 ปี) ที่อยู่ละแวกนั้นรับสุนัขไปดูแลชั่วคราวจนกว่าจะฟื้นจากยาซึมแล้วจึงจะปล่อยไป

ควายพลัดหลง รหัสงาน 50-06/11

เมื่อเวลา 15.00น. โดยประมาณของวันที่18 มิ.ย.50 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีควายพลัดหลงที่หน้าหมู่บ้านสัมมากร มุ่งหน้าไปทางบางกะปิจำนวน 5 ตัวจนท. กายเพชร และ จนท.พินิจได้นำรถกู้ภัยสัตว์ออกไปยังพื้นที่ที่ได้รับแจ้งและเมื่อไปถึงบริเวณแยกบ้านม้าพบว่ามีจนท.จากมูลนิธิสยามร่วมใจได้ผูกควายจำนวน 5 ตัว (ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว) กับเสาเหล็กไว้แล้ว จากการสอบถามรายละเอียดทราบว่าควายที่พลัดหลงมาน่าจะหล่นจากรถบรรทุกที่กำลังจะเดินทางไปยังโรงฆ่าสัตว์ ในเวลาต่อมามีผู้เข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของควาย จึงได้แจ้งให้นำเอกสารมาแสดงเพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของควายดังกล่าวจากนั้นจึงได้ประสานงานให้ จนท.มูลนิธิสยามร่วมใจตรวจเอกสารแสดงการเป็นเจ้าของควายร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อมต่อไป

สุนัขปลอกคอรัด รหัสงาน 50-06/9

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัดบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ถูกปลอกคอรัดคอจนเป็นแผลลึกมากและสุนัขไม่ยอมให้จับ แต่จะออกมากินอาหารช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.

เวลา 19.30 น สุนัขตัวดังกล่าวได้ออกมาอยู่หน้าปากซอยเล็กๆ ใกล้โรงเรียนเป็นสุนัขอายุประมาณ 3-5 ปี สีขาวปนดำ มีอาการเซื่องซึม ที่ลำคอมีปลอกคอรัดคอจนทำให้เป็นแผลรอบคออย่างเห็นได้ชัด จากนั้น จนท.กายเพชร ได้เป่ายาเพื่อทำการช่วยเหลือเมื่อสุนัขเริ่มมีอาการซึมและนอนนิ่ง จึงใช้สวิงคลอบและจับใส่กรงนำส่งเข้ารักษาบาดแผลที่คลินิกสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆ โดยผู้แจ้งให้การอนุเคราะห์ติดตามค่ารักษาต่อไป เสร็จภารกิจ เวลา 20.00 น.

สุนัขถูกโซ่รัดคอ ย่านนวมินทร์ รหัสงาน 50-06/05

วันที่ 13 มิถุนายน 2550 ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขสีน้ำตาล เพศผู้ถูกล่ามโซ่ไว้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง มบ.สิงหเสนีย์ ซ.นวมินทร์ 92 เขตบึ่งกุ่ม ซึ่งทางเจ้าของไม่อยู่บ้านไปต่างจังหวัดหลายวันแล้วจนโซ่ที่ล่ามคอสุนัขรัดคอจนเป็นแผลแต่สุนัขดุ ไม่ยอมให้ใครจับผู้แจ้งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านได้ติดต่อให้เจ้าของบ้านทราบแล้ว แต่เจ้าของบ้านเองก็ไม่กล้าเข้าไปจับเพราะสุนัขเจ็บอยู่ จึงขอให้ผู้แจ้งติดต่อคนมาช่วยสุนัข
เวลา 16.45 น. จนท.กายเพชรและจนท.วิโรจน์นำรถกู้ภัยสัตว์เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบสุนัขมีโซ่ล่ามไว้กับโต๊ะอยู่ภายในบริเวณหน้าบ้านที่ลำคอมีบาดแผลลึกและส่งเสียงขู่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้จนท.กายเพชร ได้เป่ายาซึม เมื่อสุนัขสงบลงจึงปลดโซ่ออกจากการตรวจบาดแผลพบว่าลึกประมาณ 2 ซม.กว้าง 1 ซม. ยาวรอบลำคอ จึงทำความสะอาดแผล ฉีดยาและปล่อยให้สุนัขนอนพักต่อไป

สุนัขเชือกรัดคอ พระราม 3 รหัสงาน 50-05/20

เมื่อเวลา15.30 . ของวันที่ 30 พ.ค.50จนท.กายเพชร และจนท.เจษฎา พร้อมด้วยรถกู้ภัยสัตว์ ออกดำเนินการช่วยเหลือสุนัขจรจัดถูกเชือกรัดคอ ที่หมู่บ้านธนพัฒน์ แขวงช่องนนทรี ถึงที่เกิดเหตุพบสุนัขสีขาว เพศผู้นอนอยู่ใต้ท้องรถหน้าบ้านผู้แจ้ง บริเวณลำคอมีเชือกไนล่อนสีขาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว รัดที่คอจนแน่นนานเป็นเวลา 2 - 3 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ได้วางยาซึมสุนัขเพื่อตัดเชือกออก จากการตรวจดูอาการเบื้องต้นไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด จึงได้ปล่อยให้สุนัขนอนพัก บริเวณบ้านผู้แจ้งต่อไป

สุนัขขาติดลวดสปริง รหัสงาน 50-05/15

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่าพบสุนัขจรจัด สีน้ำตาล เพศเมีย ขาหน้าข้างซ้ายติดอยู่กับลวดสปริง จนเป็นแผล ไม่มีใครจับตัวสุนัขได้ อยู่ที่ หน้าบริษัท YRC ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เวลา 15.45 น.จนท.กายเพชร, อาสาเนตรนภา และอาสาศิโรจน์เดินทาง เพื่อไปช่วยสุนัขตัวดังกล่าว 17.50 น.เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบสุนัขตัวดังกล่าวเดินขากระเผลก ขาหน้ามีขดลวดสริงติดอยู่ มีอาการหวาดระแวงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จนท.กายเพชร จึงเตรียมลูกดอกเพื่อเป่า เมื่อสุนัขสงบพบว่าสุนัขขาติดอยู่กับขดลวดสปริงที่เป็นแกนกลางของด้ายที่ใช้ในโรงงาน ขาหน้าที่ติดอยู่นั้น ติดอยู่ในลักษณะปลายเท้าพับลงไป ทำให้ข้อเท้าบวม เป็นแผลจนติดอยู่ในขดลวดสปริง จากนั้นจึงช่วยกันตัดลวดออกที่ละเส้น จนสามารถ นำขาออกมาจากขดลวดได้ ทำการล้างแผล ลักษณะของบาดแผลถูกเล้นลวดบาดลงไปลึกประมาณ 1 ซม. ยาว 2 ซม. ฉีดยาปฏิชีวนะและนำตัวสุนัขไปนอนพักในโรงอาหารของบริษัท YRCพร้อมทั้งฝากยาแก้อักเสบแบบกิน ให้คนงานที่ให้อาหารสุนัขไว้คอยป้อนสุนัขต่อไป

สุนัขถูกรถทับบางบัวทอง : รง 50-05/06

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกาายเพชรและ สพ.ญ. มธุรส ได้รับแจ้งให้ออกช่วยเหลือสุนัขจรจัดบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนบริเวณหมู่บ้าน มณลดา 1 ย่านบางบัวทอง เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุพบสุนัขสีน้ำตาลเพศผู้นอนอยู่ในบ้านร้าง มีคนนำอาหารและน้ำมาให้ ทราบภายหลังว่าเป็นสุนัขหลงมาและถูกรถยนต์ทับช่วงสะโพกกระเสือกกระสนเข้ามานอนเจ็บอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านร้าง

หลังจาก กภส. กายเพชร ควบคุมสุนัขได้แล้ว สพ.ญ.มธุรส จึงได้ตรวจอาการพบมีแผลถลอกที่ขาหน้าซ้ายและรอยรถทับช่วงสะโพกแต่ไม่มีกระดูกแตกจึงปฐมพยาบาล ทำความสะอาดแผล แล้วให้ยาปฎิชีวนะ

สุนัขโดนขังกลางแดด

จากกรณีที่มีกระทู้ใน pantip.com ว่ามีสุนัขชิสุ 2 ตัว โดนขังไว้หน้าบ้านกลางแดดทั้งวันทั้งคืน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเขตดอนเมือง สมาคมฯ จึงส่งสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบและได้พบกับเจ้าของบ้าน เบื้องต้นได้ให้คำแนะนำว่าควรอาบน้ำและนำสุนัขเข้าไปไว้ในบ้านและแจ้งว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายเพราะการทารุณสัตว์ตามมาตร 382 และผิดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าของบ้านได้รับฟังดี ซึ่งหลังจากนั้นได้ทราบว่าเจ้าของได้นำสุนัขทั้ง 2 เข้าไปเลี้ยงในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สุนัขบางแก้วโดนยิง รหัสงาน 50-04/03

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2550 สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) ได้รับสุนัขพันธุ์บางแก้ว เพศผู้ สีขาวตัวหนึ่งไว้เพื่อรักษาในคลินิกพิทักษ์สัตว์ ด้วยสาเหตุที่ว่า สุนัขบางแก้วตัวนี้โดนยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใต้ตาขวาทะลุออกทางบริเวณหลังคอ หลังจากปฐมพยาบาลให้เลือดหยุดไหล และพ้นจากขีดอันตรายแล้ว จึงได้นำไปเอ็กเรย์ เพื่อรักษาแผลและสืบสวนคดีต่อไป
ปัจจุบันเจ้าหัวโต (เป็นชื่อที่ผู้นำส่งแจ้ง) อาการดีขึ้นตามลำดับ และต้องการที่อยู่ใหม่ เนื่องจากหากนำไปปล่อยที่เดิมอาจจะทำให้เป็นอันตรายกับตัวของสุนัขเองได้ หากท่านใดต้องการอุปการะหัวโต สามารถติดต่อได้ที่สมาคมโดยตรงค่ะ

สุนัขโดนรถชน ย่านแจ้งวัฒนะ 50-01/02

   เมื่อเวลาประมาณ 16.05 น.ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัด สีขาว โดนรถชน มีอาการลุกไม่ขึ้น ขาหลังเจ็บ แต่ไม่มีบาดแผล ลากตัวไป-มา อยู่ที่ หน้าหมู่บ้านกฤษดานคร ถ.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด จนท.กายเพชร และจนท.วิโรจน์ จึงนำรถกู้ภัยสัตว์ ออกดำเนินการช่วยเหลือ ประมาณ 17.00 น.เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบสุนัขตัวดังกล่าวนอนอยู่ข้างทางแสดงอาการหวาดระแวงและพยายามลากตัวหนีเมื่อมีคนเข้าไปใกล้ จนท.สมาคมฯจึงนำสวิงมาคุมจับตัวแล้วตรวจเบื้องต้นพบว่า ขาหลังหข้างซ้ายมีอาการบวม และกระดูกหัก จากนั้น จึงนำตัวสุนัขใส่กรง เพื่อนำกลับมารักษาที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ต่อไป
ปัจจุบัน มีนาคม 2550 ทางสมาคมได้รักษาแผลจนหายเป็นปกติพร้อมกับได้ทำหมันแล้ว แต่สุนัขพิการพอจะลากตัวไปไหนมาไหนได้บ้าง ซึ่งสมาคมฯ เองไม่สามารถดูแลได้ จึงประสานงานขอความอนุเคราะห์ไปยังมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการเพื่อรับดูแลต่อไป และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

สุนัขโดนฟัน รหัสงาน 50-12/03

   หน่วยกู้ภัยสัตว์ ได้รับแจ้งจากว่ามีสุนัขจรจัด เพศผู้ สีขาว ถูกฟันบริเวณใบหน้าเป็นแผลกว้าง ซึ่งผู้แจ้งได้กักตัวในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านซอยนวลจันทร์ จนท.กายเพชร พร้อมด้วย สพ.ญ.มธุรส และจนท.ประวิทย์ จึงนำรถกู้ภัยสัตว์ ออกดำเนินการช่วยเหลือเวลาประมาณ 19.10 น. เมื่อ เดินทางถึงที่เกิดเหตุเป็นร้านคาราโอเกะ และมีผู้แจ้งเป็นเจ้าของร้าน จากนั้นได้เข้าไปดูสุนัข ซึ่งทางผู้แจ้ง เรียกชื่อว่า ปุ่น นอนอยู่หลังร้าน บริเวณหน้าผากเป็นแผลถูกของมีคมยาวมาถึงคิ้วตาด้านขวา ยาวประมาณ 15 ซม.กว้าง ประมาณ 10 ซม. ลึกถึงกระโหลกศรีษะและมีเลือดซึมออกมาจากแผล และสุนัขอยู่ในอาการระแวง สพ.ญ.มธุรส จึงฉีดยา ซึมเพื่อให้สุนัขสงบ จากนั้นผู้แจ้งจึงให้เด็กในร้านอุ้มสุนัขใส่กรง เพื่อนำกลับมารักษาต่อที่สมาคมฯ

   โดยสุนัขตัวดังกล่าวกลับมาทำแผลที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ คุณหมอได้ทำการเย็บแผลและรักษาแผลต่อจนแผลหายสนิท และนำกลับที่เดิม

สุนัขติดซอกกำแพง ย่านเคหะธานี รหัสงาน 49-12/07

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งจากอาสาสมัครศูนย์วิทยุมีนบุรี รหัส มีนทรา 838 ว่ามีสุนัขหลงมาจากไหนไม่ทราบ เข้าไปติดอยู่ในซอกระหว่าง บ้านกับกำแพง ที่หมู่บ้านเคหะร่มเกล้า มานาน 2 วันแล้วไม่สามารถนำออกมาได้ แต่ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ติดภาระกิจกู้ภัยอยู่ที่สุขุมวิท 101 จึงขอให้ทางผู้แจ้งสังเกตุสถานการณ์ไว้ก่อน เมื่อเสร็จภาระกิจจึงรีบเดินทางไปช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงจึงพบว่าที่สุนัขติดอยู่ เป็นซอกระหว่าง ตัวบ้านกับกำแพงยาว ประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 20 ซม. สูงถึงหลังคาบ้าน ชั้น 2 และภายในซอกพบสุนัข สี น้ำตาล พันธ์เทอร์เรีย ดูจากลักษณะแล้วเป็นสุนัขที่สะอาด ขนสวยงาม คาดว่าน่าจะเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ แต่ผู้แจ้งและเจ้าของบ้านได้พยายามสอบถามแล้วก็ไม่พบเจ้าของ สุนัขอยู่ห่างจากทางออกด้านหน้า ประมาณ 2 เมตรเจ้าหน้าที่จึงพยายาม ใช้ สแนร์ยาว คล้องตัวสุนัข แต่ไม่สามารถดึงตัวออกมาได้ จึงได้ใช้น้ำมันพืช เทลงไปบนตัวสุนัขเพื่อให้ลื่นและจะได้ดึงออกได้ง่าย แต่ก็ดึงสุนัขออกมาได้นิดเดียวเพราะซอกกำแพงนั้นขนาดพอดีกับตัวสุนัขและขนาดของซอกด้านที่สุนัขหันหน้าออกมาจะมีขนาดแคบลงอีก ระหว่างนั้นสุนัขแสดงอาการเหนื่อยหอบและร้องเป็นระยะๆ จนท. จึงคุยกับเจ้าของบ้านซึ่งเป็นอิสลาม ว่าจะขอเจาะรูตัวบ้านที่ติดกับกำแพงเพื่อนำสุนัขออกมา เพราะสุนัขเหนื่อยมากแล้ว ทางเจ้าของบ้านจึงอนุญาตให้เจาะได้ จึงทำหารทุบกำแพงให้พอดีกับตัวสุนัข

อย่างไรต้องถือว่าเจ้าหมาน้อยตัวนี้โชคดี ที่มีผู้ใจบุญโทรมาแจ้งหน่วยกู้ภัยสัตว์ และต้องขอขอบคุณเจ้าของบ้านที่ถึงอนุญาตให้ทุบกำแพง

สุนัขถูกแทง รหัสงาน 49-11/01

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่าพบสุนัขจรจัดสีน้ำตาล เพศผู้ อาศัยหากินอยู่ในตลาดภายในซอยโรงเรียนธรรมสาธิต สุขุมวิท 101/1 สังเกตพบแผลเป็นรูลึกบริเวณด้านหลังและมีเลือดไหลออกมามากตามจังหวะการหายใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้สวิงคลุมและจับใส่กรง จากนั้นนำกลับมารักษาต่อที่คลินิกพิทักษ์สัตว

สุนัขโดนรถชนหน้าโรงเรียนตรีวรนาถ รหัสงาน49-11/07

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีสุนัขเพศผู้ สีน้ำตาล โดนรถชนที่หน้าโรงเรียนสตรีวรนาถ เบื้องต้นมีผู้นำสุนัขมาไว้บนฟุตบาทแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึง ตรวจร่างกายพบว่าสุนัขมีกระดูกโผล่ออกมานอกผิวหนังที่ขาหน้าด้านซ้ายและมีรอยถลอกที่ขาหน้าด้านขวา จากนั้นเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ของสมาคมฯได้ทำการรักษาเบื้องต้น โดยฉีดยาแก้ปวดและให้ยาปฎิชีวนะ และนำตัวสุนัขมารักษาที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ต่อไป

สุนัขติดลูกกรง รหัสงาน 49-09/21

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งและออกช่วยเหลือสุนัขติดลูกกรงประตู ที่ม.ธารารมณ์ สุขาภิบาล 3 เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบคุณสุภัทรา เจ้าของสุนัข และสุนัขเพศผู้ สีน้ำตาล ซึ่งขาหลังด้านซ้ายติดอยู่กับลูกกรงประตู ลักษณะขัดอยู่กับกรง สาเหตุเกิดจากสุนัขตกใจสียงฟ้าร้องจึงวิ่งลอดช่องประตูเข้ามา สุนัขพยายามดิ้นโดยใช้ฟันกัดจนฟันหัก 1 ซี่ และกัดเจ้าของที่พยายามช่วยเหลือ สุนัขมีอาการอ่อนเพลียและหมดแรง เจ้าหน้าที่จึงมัดปากและอุ้มออกจากประตู ตรวจร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ นอกจากเศษฟันที่จากการกัดประตู และอาการอักเสบ จากนั้นจึงแนะนำให้เจ้าของไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก

สุนัขโดนฟันแถวรามคำแหง 4 รหัสงาน 49-10/05

หน่วยกู้ภัยสัตว์ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขจรจัดเพศผู้ สีขาวแต้มดำ โดนทำร้าย ในซอยรามคำแหง 4 เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุไม่พบสุนัขตัวดังกล่าว ผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงขอตัวกลับเพื่อออกปฏิบัติงานที่อื่นต่อ แต่เมื่อกำลังเดินกลับออกมา มีสุนัขกลุ่มหนึ่งออกมาเห่าใส่เจ้าหน้าที่ และในกลุ่มมีสุนัขที่ได้รับแจ้ง สังเกตได้จากบริเวณใต้ตาข้างขวามีแผลถูกของมีคมยาวประมาณ 8 เซนติเมตร ลึกลงไปถึงชั้นผิวหนัง จนท.จึงจับสุนัขเข้ากรงเพื่อนำมารักษาต่อที่คลินิกพิทักษ์สัตว์ โดยทำการเจ็บแผลบริเวณใต้ตา ทำหมันและรอแผลให้หายเพื่อนำกลับที่เดิมต่อไป

สุนัขหัวติดม้านั่งหินอ่อนรหัสงาน 48-12/39

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีสุนัขหัวติดกับเก้าอี้ม้าหิน จึงเดินทางไปที่หมู่บ้านบัวขาว ถนนสุขาภิบาล3 พบกับผู้แจ้งซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน จากนั้นได้พาไปบริเวณบ้านพบสุนัข เพศผู้ สีลายดำ น้ำตาล หัวติดอยู่ที่รอใต้ เก้าอี้ม้านั่งหินอ่อน ซึ่งเก้าอี้ดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 30 ซม. สูงประมาณ 30 ซม. และที่ขาของเก้ามีรูปวงกลม ตรงกลาง ผู้แจ้งบอกว่าได้เลี้ยงสุนัขตัวดังกล่าวมาประมาณ 6 เดือน ซึ่งเป็นสุนัขมีขนมาก ชอบมุดเข้าไปนอนใต้เก้าอี้แล้วเกิดเอาหัวมุดเข้าไปในรูแล้วเอาออกเองไม่ได้ จึงร้องเสียงดังและมีน้ำลายพูมปาก ซึ่งทางผู้แจ้งได้พยายามช่วยแล้วแต่ไม่สามารถช่วยได้เพราะสุนัขดิ้นไปมามาก และร้องเสียงดัง หน่วยกู้ภัยจึงฉีดยาซึม เพื่อให้สุนัขสงบลงและง่ายต่อการช่วยเหลือ จากนั้นจึง ผูกปากสุนัขไว้แล้วช่วยกันพลิก เก้าอี้ตัวดังกล่าวให้ ตะแคงลงโดย มีอีกคนหนึ่งประคองตัวสุนัขไว้ จากนั้นจึงค่อยดันหัวสุนัขออก พอนำสุนัขออกมาได้ก็พาไปพักข้างบ้านผู้แจ้ง และแนะนำให้ผู้แจ้งหาปูนมาโบกปิดทับรูของเก้าอี้ทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอีก

สุนัขโดนทำร้ายร่างกาย รหัสงาน 49-03/07

หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งว่า มีสุนัขนอนเจ็บบริเวณวัดเทพลีลา รามคำแหง จึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบว่าสุนัขมีแผลบริเวณลำตัวด้านขวายาวไปถึงใต้ขาพับหลังกว้างประมาณ 1 ฝ่ามือ ยาว 20 เซนติเมตร จึงได้แจ้งให้ทีมกู้ภัยนำรถยนต์ไปรับเพื่อส่งรักษาตัวเบื้องต้นที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งย่านทาวน์อินทาวน์ สัตวแพทย์แจ้งว่าสุนัขน่าโดนของมีคมมาหลายวันแล้ว เพราะแผลมีอาการติดเชื้ออักเสบและบวม จากนั้นจึงนำกลับมาดูแลฟักพื้นที่สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) ต่อ ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น 2,510 บาท

"น้อง HOT" พักรักษาตัวที่สมาคมฯนานกว่า 1 เดือนแล้ว แผลดีขึ้นเกือบหาย น้อง Hot สามารถเข้ากับเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ดี กินได้ทุกอย่าง และพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ท่านใดที่ต้องการรับอุปการะน้องฮอต สามารถติดต่อได้ที่ 02-373 2886 โดยไม่ต้องเสียคาใช้จ่ายใดๆ หรือต้องการบริจาคสมทบค่ารักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกัน

After

สุนัขถูกฉมวกแทง รหัสงาน 49-02/10

หน่วยกู้ภัยสัตว์ได้รับแจ้งว่่ามีสุนัขถูกทำร้ายด้วยฉมวกหาปลา ย่านทุ่งครุ จึงได้่ส่งทีมปักษา นำโดยนายกายเพชร และนางสาวมาลดี ผู้ช่วยสัตวแพทย์ ในเบื้องต้นพบว่า สุนัขถูกฉมวกแทงจากต้นขาปักคาไปถึงช่องอก เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่เนื่องจากคลินิกพิทักษ์สัตว์ของสมาคมฯ ยังขาดอุปกรณ์และเครื่องมือในการผ่าตัด จึงได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลสัตว์เกษตรศาสตร์บางเขน เพื่อผ่าตัดนำฉมวกออก ซึ่งรับได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง สัตวแพทย์ได้ผ่าตัดนำฉมวกออกและเย็บแผลให้ จากนั้นจึงนำกลับมายังคลินิกพิทักษ์สัตว์เพื่อรักษาแผลต่อไป ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดซึ่งเป็นเงินทั้งสิ้น 5,080 บาท ได้รับการอนุเคราะห์ยกเว้นจากโรงพยาบาลสัตว์เกษตรศาสตร์บางเขน จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ และในที่สุดเจ้าฉมวกก็หายเป็นปกติ

วัตถุประสงค์

1.      เพื่อเป็นหน่วยเคลื่อนที่สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเกี่ยวกับสัตว์และควบคุมสัตว์หรือสถานะการณ์ที่เกี่ยวกับสัตว์ไม่ให้เป็นภัยต่อสาธารณชน เช่น สัตว์ที่หลุดออกมาอาละวาดในที่สาธารณะ เป็นต้น
2.      เพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติภัยต่างๆเช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ถูกรถชน ตกบ่อหรือแหล่งโคลนดูด รวมทั้งสัตว์ที่ถูกทำร้ายหรือถูกกักขังทอดทิ้งให้อดอาหารในที่ต่างๆด้วย
3.      เพื่อเสริมสร้างเมตตาธรรมและแสดงให้นานาอริยประเทศเห็นว่าสังคมไทยให้ความสำคัญในชีวิตสัตว์ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมเกี่ยวกับสวัสดิ์ภาพสัตว์  (กลับ)

การดำเนินงาน
1.      ประชาสัมพันธ์และประสานงานให้สาธารณชนได้รับทราบและสามารถรายงานอุบัติภัยเกี่ยวกับสัตว์มายังหน่วยพิทักษ์สัตว์ เพื่อขอคำแนะนำในการการปฏิบัติ หรือให้หน่วยกู้ภัยออกปฏิบัติการช่วยเหลือ หรือนำสัตว์มาตรวจรักษา โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อเป็นการเสริมสร้างจริยาธรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่สัตว์
2.      เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้แจ้ง หรือส่งหน่วยกู้ภัยสัตว์ออกตรวจสอบ และร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหา เพื่อความปลอดภัยของชุมชนและตัวสัตว์เอง
3.      หน่วยกู้ภัยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยประสานกับศูนย์แพทย์หรือสัตว์แพทย์ เพื่อนำคนหรือสัตว์ที่บาดเจ็บไปรับการรักษา
4.      นำสัตว์ที่ควบคุมไว้หรือได้รับการช่วยเหลือส่งมอบแก่ผู้เป็นเจ้าของ หรือนำไปคืนถิ่นที่อยู่ หรือส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปตามแต่ความเหมาะสม  (กลับ)

การสนับสนุนโครงการ สามารถทำได้หลายวิธี อาทิ
1.      สนับสนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ในการออกปฏิบัติการและตรวจสอบเรื่องกู้ภัย ครั้งละ 500 บาท ด้วยการฝากความจำนงไว้ ให้ หน่วยพิทักษ์สัตว์ นำใบรับรองการดำเนินงานไปเสนอเป็นคราวๆไป โดยไม่จำเป็นต้องช่วยทุกครั้ง
2.      รับอุปการะค่ารักษาพยาบาลสัตว์ โดย หน่วยพิทักษ์สัตว์ จะนำใบเรียกเก็บจากสถานพยาบาลพร้อมประวัติการรักษาไปเสนอ ทั้งนี้จะอุปการะเป็นบางส่วนหรือเต็มจำนวนก็ได้
3.      สมทบทุนโครงการกู้ภัยสัตว์ ตามจำนวนที่แต่ละท่านสะดวก โดยบริจาคเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ หรือ เงินสด เช็ค ธนาณัติ หรือโอนเข้าบัญชี  (กลับ)

ทำอย่างไรเมื่อพบสัตว์บาดเจ็บหรือถูกทำร้าย ?
1.      สงบสติอารมณ์ของท่านไว้ก่อน เพราะความตื่นเต้นไม่มีส่วนช่วยในการแก้ไขสถานะการณ์
2.      ดูใกล้ๆให้แน่ใจว่าสัตว์ได้รับบาดเจ็บจริง ไม่ใช่นอนหลบแดดหรือป่วยเป็นโรค ซึ่งกรณีเช่นนี้เราไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ ยกเว้นกรณีเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต อาทิ เนื้องอกบริเวณอวัยวะสำคัญ เช่น ตา ในปาก ลิ้น หรืออวัยวะสืบพันธ์
3.      จดจำรูปร่าง ลักษณะ สี เพศ ของสัตว์ และอาการบาดเจ็บให้ละเอียด รวมทั้งจำนวนและขนาดของบาดแผล ว่ามีที่ใดบ้าง มีเลือด น้ำเหลือง หรือของเหลวไหลมากน้อยแค่ไหน
4.      หากทำได้ เช่นสัตว์ไม่ดุหรือสัตว์บาดเจ็บไม่มาก ให้พยายามช่วยเหลือด้วยตนเอง หรือขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หรือคนในพื้นที่ อย่าลืมว่า “น้ำไกลดับไฟยาก” และวัตถุประสงค์หนึ่งของโครงการนี้คือ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม
5.      หากสุดวิสัย หรือไม่สะดวกจะช่วยเอง ให้โทร หน่วยพิทักษ์สัตว์ 0-2373-2886  และให้ข้อมูลแก่ เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้
       5.1 ชื่อนามสกุลผู้แจ้ง หมายเลขที่เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกลับไปได้ รวมทั้งชื่อของผู้ที่สามารถให้รายละเอียดได้ (กรณีเป็นคนละคนกับผู้แจ้ง) หากไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ
       5.2 เรื่องที่จะแจ้ง และสถานที่เกิดเหตุ หากมีสถานที่ราชการ ห้างร้าน หรืออาคารใกล้เคียงที่ใช้เป็นที่สังเกตได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถหาได้ง่าย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
       5.3 อธิบายสถานะการณ์และสภาพของสัตว์ตามที่จดไว้ในข้อ 2 ให้เจ้าหน้าที่ฟัง หรือตอบคำถามเจ้าหน้าที่ช้าๆโดยละเอียด และฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
6.      กรุณาอยู่ใกล้ๆที่เกิดเหตุ หรือ อยู่ใกล้โทรศัพท์ที่ติดต่อไว้ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะไปถึง เผื่อหาไม่พบหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
7.      หากมีเหตุเปลี่ยนแปลง เช่น สัตว์เสียชีวิต หรือมีผู้ช่วยเหลือไปแล้ว ก่อน หน่วยกู้ภัยสัตว์ไปถึง กรุณาแจ้งให้ หน่วยพิทักษ์สัตว์ ทราบในทันที่ เพื่อจะได้ไปช่วยเหลือสัตว์อื่นต่อได้   (กลับ)

ข้อกำหนดและข้อจำกัด

หน่วยกู้ภัยสัตว์ เป็นองค์กรที่มีประสบการณ์และความมุ่งมั่นที่จะช่วยสัตว์ แต่มีข้อจำกัดที่ขาดงบประมาณ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยกู้ภัยสัตว์สามารถเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องให้ผู้รักสัตว์หรือผู้แจ้งช่วยทำความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดังต่อไปนี้

  1. หน่วยกู้ภัยสัตว์ เน้นหลักการมีส่วนร่วม โดยอาจให้คำแนะนำแก่ผู้แจ้งให้สามารถช่วยเหลือเองได้ทันการณ์

  2. หน่วยกู้ภัยสัตว์ จะออกปฏิบัติการณ์เฉพาะกรณีที่สามารถยืนยันข้อมูล ความจำเป็นและสถานที่เกิดเหตุได้ชัดเจนเท่านั้น

  3. หน่วยกู้ภัยสัตว์ ไม่คิดค่าบริการในการกู้ภัยสัตว์กรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน  ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โทร. 0-2373-2886

  4. เงินบริจาคที่ได้รับจากผู้รักสัตว์หรือผู้แจ้งจะนำไปใช้รองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

  5. กรณีสัตว์ป่วย พิการ มีแผลเรื้อรัง หรือบาดเจ็บไม่มาก และการเคลื่อนย้ายสัตว์ ถือเป็นงานบริการ จำเป็นต้องให้ผู้แจ้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือหาผู้อุปถัมภ์ในการใช้บริการของคลีนิคหรือสถานพยาบาลสัตว์

  6. เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของสมาคมต้องแสดงบัตรประจำตัวและออกใบรับเงินชั่วคราวให้ทุกครั้ง ตามด้วยใบเสร็จรับเงินภายใน 7 วันทำการ

  7. หน่วยกู้ภัยสัตว์ สงวนสิทธ์ที่จะยกเว้นค่าใช้จ่ายหรือบริการใดๆตามความจำเป็น

         สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) และผู้พิทักษ์สัตว์ทุกคนขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าใจและให้การสนับสนุนหน่วยกู้ภัยสัตว์ (กลับ)

 

บริจาคสมทบทุนสมาคมได้ที่

กรุณาสั่งจ่าย   สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) หรือโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ที่
1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขา ถ.สุขาภิบาล 3 บึงกุ่ม 
     เลขที่บัญชี  056-0-18402-0
2. ธนาคารกสิกรไทย สาขา ถ.สุขาภิบาล 3 บึงกุ่ม 
     เลขที่บัญชี  735-2-29090-9

สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย)
45 ม. 4 ถนนรามคำแหง แขวง/เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 0-2373-2886, 02-728 1658   โทรสาร  0-2373-2886

thaiaga@hotmail.com
thaiaga@gmail.com